สำนักงานกฎหมาย

นพนภัส

ทนายความเชียงใหม่

แกล้งจดทะเบียนหย่า ผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร

ในสังคมปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่ามีสามีภรรยาหลายๆคู่  ที่ตอนแรกก็มีการจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อมาวันดีคืนดี ก็พากันไปจดทะเบียนหย่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางธุรกิจ หรือเหตุผลใดๆก็ตามแต่ แต่สามีภรรยาจดทะเบียนหย่ากันแล้วดังกล่าว ยังคงอยู่กินกันฉันสามีภริยาตามเดิม คือ ยังคงพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ดูแลกันดังเช่นเมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า เช่น เมื่ออีกฝ่ายเจ็บไข้ก็มีการดูแลรักษา รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว เป็นต้น การกระทำดังกล่าวกฎหมายมองว่า การจดทะเบียนหย่าดังกล่าวไม่มีผลในทางกฎหมาย กล่าวคือการจดทะเบียนหย่าเป็นโมฆะ ทำให้การสมรสยังคงมีอยู่
 
ดังตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8333/2560 ภายหลังจากจำเลยกับ ส. จดทะเบียนหย่ากันแล้ว จำเลยกับ ส. ยังคงอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเดียวกัน ทั้งจำเลยยังเป็นผู้ดูแล ส. เมื่อยามเจ็บไข้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจนกระทั่ง ส. ถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่า การจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยกับ ส. กระทำขึ้นโดยมีเจตนาที่จะไม่ประสงค์ให้ผูกพันตามนั้น จึงเป็นโมฆะใช้บังคับมิได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยจะเบิกความว่า เหตุที่จำเลยจดทะเบียนหย่าเพราะเหตุผลทางธุรกิจการค้าของจำเลย แตกต่างจากเหตุผลการหย่าในคำให้การก็ตาม ก็ไม่ทำให้ข้อต่อสู้ของจำเลยเสียไป เพราะเหตุผลการหย่าไม่ได้เป็นสาระสำคัญ สาระสำคัญอยู่ที่การแสดงเจตนา เมื่อการจดทะเบียนหย่าเป็นโมฆะ การสมรสยังคงมีอยู่ มีผลทำให้บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าเกี่ยวกับการยกที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้ ส. ใช้บังคับมิได้ จำเลยอ้างความเป็นโมฆะดังกล่าวใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นทายาทรับมรดกของ ส. ที่จะต้องรับไปทั้งสิทธิและความรับผิดต่าง ๆ ได้
 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๑๕๕ “การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้”
มาตรา ๑๕๓๑ “การสมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายนั้น การหย่าโดยความยินยอมของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีผลนับแต่เวลาจดทะเบียนการหย่าเป็นต้นไปการหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อม
สิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว”
มาตรา ๑๕๓๒ “เมื่อหย่ากันแล้วให้จัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยา
แต่ในระหว่างสามีภริยา
(ก) ถ้าเป็นการหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ให้จัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยาตาที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่า
(ข) ถ้าเป็นการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล คำพิพากษาส่วนที่บังคับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยานั้น มีผลย้อนหลังไปถึงวันฟ้องหย่า”

 
โดย ทนายความเชียงใหม่